ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรับมือ พาเลซ

Posted by

   ถือว่าเป็นฤดูกาลที่ดีพอสมควร สำหรับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดยตอนนี้อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง มีโอกาสที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สูงมากๆแต่แน่นอนว่ายังเหลือการแข่งขันอีก 5 นัด และคะแนนของทีมอันดับที่ 3 ถึงอันดับที่ 6 ไม่แตกต่างกันมาก ทำให้ผลการแข่งขันนับจากนี้ไป น่าติดตามตลอดทุกนัด และเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุกสัปดาห์แน่นอน

สำหรับสถานการณ์ในตารางล่าสุดของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูลเจ้าบ้านอยู่อันดับที่ 3 ของตาราง โดยลงเล่นไปแล้วจำนวน 33 นัด เก็บได้ 66 คะแนน ส่วนทางด้าน คริสตัล พาเลซ อยู่อันดับที่ 15 ของตาราง ลงเล่นไป 32 นัด เก็บได้ 35 คะแนน ด้านรายละเอียดความพร้อมก่อนลงสนามของทั้งสองทีม ลิเวอร์พูลของกุนซือ เจอร์เก็น คอปป์ มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนมากไม่ว่าจะเป็น ซาวิโอ มาเน่ อดัม ลาลาน่า จอร์แดน แฮนเดอร์สัน และ แดนนี่ อิงส์ ไม่สามารถลงสนามได้ ทำให้ยังต้องใช้งานผู้เล่นชุดเดิมที่บุกไปเอาชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนลงเล่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น โรแบร์โต เฟอร์มิโน ฟิลิปเป้ คูคินโญ่ โอริกี้ และ เอ็มเร ชาน ด้านทีมเยือนคริสตัล พาเลซ ของกุนซือ แซม อัลลาไดซ์ มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากมายเช่นกันไม่ต่างกับเจ้าบ้านอย่างลิเวอร์พูลเลย ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ ทอมกินส์ โรอิค เรมี่ สก็อต แดน และ คอนเนอร์ วิตแฮม ไม่สามารถลงเล่นได้ทั้งหมด ทำให้เกมส์นี้ยังจ้องพึ่งผู้เล่นอย่าง คริสเตี่ยน เบนเทเก้ อันเดรส ทาวเซนด์ และ วิลฟีล ซาฮา เหมือนเดิม สำหรับผลงานการเจอกันของทั้งสองทีม 5 นัดล่าสุด ปรากฏว่าค่อนข้าวสูสี โดยลิเวอร์พูลเอาชนะได้สามครั้ง และคริสตัล พาเลซเอาชนะได้สองครั้ง โดยนัดล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันเกิดขึ้นเมื่อวันที่  29 ตุลาคม 2016 โดยลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะคริสตัล พาเลซ ได้ถึงถิ่น 4-2  สำหรับมุมองผลการแข่งขันของเกมส์คู่นี้ถือว่าน่าสนใจเพราะนักวิเคราะห์ฟุตบอลและนักวิจารร์จากสื่อต่างๆมองไม่ตรงกัน โดยมองว่าลิเวอร์พูลก็อาจที่จะเอาชนะได้แบบไม่ยากเย็นนัก แต่บางรายก็บอกว่ามีโอกาสสูงที่จะเสมอกันไป เพราะด้วยการเล่นลุกกลางอากาศของคริสตัล พาเลซ ที่มีแซม อัลลาไดซ์เป็นหัวเรือใหญ่น่าเกรงข้ามจริงๆ และกองหลังของลิเวอร์พูลก็มีปัญหาอย่างมากในการสกัดลูกโด่งทำให้เกมส์นี้อาจจะมีการทำประตูกันค่อนข้างเยอะ และมีโอกาสที่จะเสมอกันไปในที่สุด เราคงต้องมาดูกันว่าผลการแข่งขันท้ายที่สุดแล้วจะออกมาอย่างไรแต่แน่นอนว่าผลการแข่งขันนัดนี้จะส่งผลต่ออนาคตของลิเวอร์พูลในการลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกอย่างแน่นอน